Top

4 ทริคง่าย ๆ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำโฆษณา PPC

home / Uncategorized @th  / 4 ทริคง่าย ๆ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำโฆษณา PPC

4 ทริคง่าย ๆ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำโฆษณา PPC

ปัจจุบัน เรียกได้ว่าการทำการตลาดออนไลน์ เป็นการทำการตลาดที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด เนื่องจากผู้บริโภคใช้เวลาส่วนมากไปกับการท่องอินเตอร์เน็ต รวมถึงการเติบโตของผู้ใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟนมีมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็ยิ่งทำให้การตลาดออนไลน์โตขึ้นเรื่อย ๆ อีกด้วย และ นอกจากนั้น การทำการตลาดออนไลน์ยังเป็นรูปแบบการโฆษณาที่มีความคุ้มค่ากับการลงทุนมากที่สุด ทำให้เจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่หันมาใช้วิธีโฆษณาทางออนไลน์กันมากขึ้นเรื่อย ๆ

 หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังลงมือทำการตลาดออนไลน์ด้วยตัวเอง คุณอาจเคยได้ยินคำว่า SEO หรือ PPC กันมาบ้าง และกำลังสนใจอยากจะลองนำวิธีการนี้มาใช้กับธุรกิจของตนเอง การทำโฆษณาแบบ PPCนั้น เป็นวิธีที่ง่ายและมีประสิทธิภาพที่สุดในการทำการตลาดออนไลน์ในปัจจุบัน ซึ่งสรุปอย่างสั้น ๆ PPC ก็คือการทำโฆษณาแบบ Pay-Per-Click บน Search Engine อย่าง Google โดยคิดค่าใช้จ่ายในการโฆษณาจากจำนวนคลิกเป็นหลัก หากไม่มีการคลิกไปที่โฆษณา ก็จะไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ซึ่งในปัจจุบันการโปรโมทสินค้าด้วยวิธีแบบ PPC จะช่วยให้คุณเพิ่มยอดขายสินค้า หรือช่วยเพิ่มการรับรู้ในตัวแบรนด์ได้ดีที่สุด

ไม่ว่าคุณจะมีความรู้ หรือเชี่ยวชาญด้านการทำ PPC มาหรือไม่ก็ตาม วันนี้เรามีทริคการทำแคมเปญ PPC ให้มีประสิทธิภาพมาฝากกัน และไม่ต้องกังวลว่า การทำ PPC จะต้องใช้งบประมาณจำนวนมากหรือไม่ เพราะการทำแคมเปญโฆษณาอย่าง PPC นั้น ไม่จำเป็นต้องใช้เงินมาก หากคุณสามารถวางแผนได้ดี และเหมาะสมกับงบประมาณที่คุณมี

พื้นฐานหลัก ๆ ของการทำโฆษณาแบบ PPC นั้นมีอยู่สองอย่าง นั่นก็คือ

  • การเลือกใช้คำศัพท์ (Keyword) ให้ตรงตามเป้าหมาย

คุณสามารถใช้เครื่องมือที่มีอยู่ออนไลน์ หรือใช้เครื่องมือของ Google ที่มีให้บริการแบบไม่ต้องเสียเงิน มาเป็นตัวช่วยในการเลือกคำคีย์เวิร์ดที่เหมาะสมกับแคมเปญของคุณได้ ซึ่งวิธีการใช้เครื่องมือนี้ก็คือ ลองใส่คีย์เวิร์ดคำที่คุณต้องการจะใช้ ที่ตรงกับสินค้า บริการ และกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายของคุณ แล้วเครื่องมือนี้จะแสดงให้คุณเห็นปริมาณการค้นหาของคีย์เวิร์ดนั้น ๆ ตามระยะเวลาที่คุณเลือก เพื่อให้คุณพิจารณาว่าคำไหนได้รับการค้นหามากที่สุด และยังแสดงคำที่ใกล้เคียง เพื่อเป็นการเปรียบเทียบและช่วยให้คุณตัดสินใจว่าควรเลือกใช้คีย์เวิร์ดตัวไหน ถึงจะดีที่สุด การเลือกคีย์เวิร์ดนั้นไม่จำเป็นว่าจะต้องเลือกคำที่มีการค้นหามากหรือน้อย เพราะจริง ๆ แล้วนั้นขึ้นอยู่กับเป้าหมายและงบประมาณของคุณ นอกจากนั้น คุณยังสามารถผสมสองคีย์เวิร์ดรวมกันให้เป็นคำที่ยาวขึ้นได้ เพื่อเป็นการมุ่งจับกลุ่มเป้าหมายที่แคบลงแต่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น หากคุณมีธุรกิจร้านขายเสื้อผ้าเด็ก คำที่มีการค้นหามาก อาจเป็นคำว่า “ร้านขายเสื้อผ้าเด็ก” แต่เมื่อนำคีย์เวิร์ดอื่นๆมาผสมกันให้ยาวขึ้น โดยมุ่งเป้าไปที่กลุ่มผู้บริโภคที่แคบลง อาจใช้เป็น “ร้านขายเสื้อผ้าเด็กผู้หญิง” หรือ “ร้านขายเสื้อผ้าเด็กแฟนซี” เป็นต้น นอกจากนั้น ลองใส่คีย์เวิร์ดลบ (Negative Keyword) ซึ่งก็คือคีย์เวิร์ดที่ไม่ดีที่เราไม่อยากให้มาทำลายภาพลักษณ์ของธุรกิจ เช่น ธุรกิจร้านขายเสื้อผ้าเด็ก Negative Keyword อาจเป็น “ผ้าเย็บไม่ดี” “ผ้าสีตก” “คุณภาพไม่ดี” เป็นต้น หลังจากที่คุณได้ใส่คำที่เลือกไปใน Negative Keyword แล้ว Google ก็จะไม่แสดงโฆษณาของคุณขึ้นในเวลาที่มีคนค้นหาคำที่มีคีย์เวิร์ดที่ไม่ดีนั้นผสมอยู่

  •  ขัดเกลาคำและประโยคที่จะใช้ให้ดี

หลังจากที่คุณได้ใช้เวลาศึกษาและเลือกคีย์เวิร์ดให้ถูกต้องแล้ว ใช้เวลาเพิ่มขึ้นอีกสักนิด ในการเขียนประโยคให้ดึงดูดใจ ลองไปดูว่าคู่แข่งของคุณเขียนโฆษณาว่าอย่างไร สินค้าของคุณเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร แล้วนำเอาข้อดีหรือจุดเด่นออกมาเขียน เพื่อเพิ่มอัตราการคลิกให้กับโฆษณาของคุณ ที่สำคัญ อย่าลืมใส่คีย์เวิร์ดที่ได้เลือกไว้ลงไปในคำโฆษณา เลือกใช้ภาษาที่เหมาะสมและดึงดูดกับกลุ่มเป้าหมาย เช่นในกรณีธุรกิจร้านขายเสื้อผ้าเด็กนี้ ควรเลือกใช้คำที่เป็นกันเอง น่ารัก และอบอุ่น เพราะกลุ่มเป้าหมายคือกลุ่มแม่ที่พึ่งมีลูก เป็นต้น และที่สำคัญที่สุด อย่าลืมใส่ Call to action หรือ ประโยค หรือ คำที่กระตุ้นให้ดำเนินการ เช่น “กดติดตามวันนี้เพื่อส่วนลด10%” หรือ “ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โทร …” เป็นต้น เพื่อยิ่งเป็นการกระตุ้นให้คนสนใจ ลองปรับเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ เพื่อดูว่าคำไหนใช้ได้ดีที่สุดกับกลุ่มเป้าหมายของเรา

หลังจากที่ได้รู้ข้อมูลเบื้องต้นของการทำ PPC ไปแล้ว ลองมาดู 4 ทริคง่าย ๆ ที่คุณสามารถนำไปใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการทำแคมเปญโฆษณา PPC ให้ประสบความสำเร็จกัน

  • การใช้ Location Targeting

การทำ PPC ส่วนมาก เราสามารถเลือกใช้วิธีเลือกเป้าหมายด้วยสถานที่ได้ และ Google Adwords เป็นโปรแกรมที่ดีและพร้อมที่สุดในการใช้ฟังค์ชั่นนี้ ซึ่งการเลือกก็จะขึ้นอยู่กับประเภทของธุรกิจของคุณและสถานที่ที่คุณอยู่ ลองตั้งเป้าหมายให้เจาะจงไปที่พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง เช่นจังหวัด หรือ ตามรหัสไปรษณีย์ เป็นต้น เพื่อทำให้กลุ่มเป้าหมายแคบลงและเหลือแต่กลุ่มที่มีความสามารถในการซื้อของของเรามากที่สุด

  • ทำแคมเปญเฉพาะสำหรับแต่ละเทศกาล

ถ้าคุณมีงบประมาณไม่มากนัก ลองหันมาใช้กลยุทธ์ในการทำ PPC โดยเน้นไปที่การทำแคมเปญสำหรับแต่ละเทศกาล ซึ่งอาจช่วยให้คุณได้ผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) มากขึ้นกว่าเดิมได้ ตัวอย่างเช่น ร้านขายเสื้อผ้า คุณสามารถทำแคมเปญโฆษณาโดยเฉพาะสำหรับเสื้อผ้าหน้าหนาว ในเดือนธันวาคม หรือโฆษณาบู้ทกันฝนในเดือนมิถุนายน เป็นต้น หรือจะเป็นการโฆษณาที่เกี่ยวกับเทศกาลต่างๆ อย่างเช่น โฆษณาเสื้อผ้าลายคริสต์มาสในเดือนธันวาคม หรือเสื้อคู่ ในเดือนแห่งความรักอย่างวันวาเลนไทน์ และเปิดทำการโฆษณาแค่ในช่วงเวลานั้นๆ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และยังเป็นการทดลองไปในตัวว่าการโฆษณาในเทศกาลหรือฤดูไหนส่งผลดีที่สุดกับธุรกิจของคุณ

  • ใช้ฟังค์ชั่น Dayparting

Dayparting คือการเลือกเปิดโฆษณาให้ออนไลน์ตามระยะเวลาที่เราได้ตั้งไว้ในหนึ่งวัน ทำให้คุณสามารถเลือกช่วงเวลาที่พีคที่สุด คือมีคนใช้อินเตอร์เน็ตมากที่สุดได้ และจะทำให้คนเห็นโฆษณาของเราได้มากขึ้น คุ้มค่ากับงบประมาณที่ใช้ไป

  • สร้าง Landing Page

ไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจอะไรก็ตาม ไม่ใช่เพียงแค่การขายของออนไลน์ การสร้างหน้า Landing Page เป็นหนึ่งในการลงทุนทางการตลาดออนไลน์ที่คุ้มค่าที่สุดอย่างหนึ่ง การทำ Landing Page ก็คือการใส่ข้อมูลที่จำเป็นทุกอย่างที่กลุ่มเป้าหมายของคุณควรรู้ลงไปในหน้าเว็บเดียว แต่ต้องระวังไม่ใส่ข้อมูลจนมากเกินไป เพราะจะทำให้คนไม่อยากอ่าน คุณสามารถเลือกนำเสนอข้อมูลในแบบต่าง ๆ ได้ เช่น ใช้วิดิโอในการตอบคำถามที่พบบ่อย แทนการเขียนลงไปยาวๆในหนึ่งหน้ากระดาษ หรือใช้ Infographic ในการนำเสนอและย่อยข้อมูลของบริษัทให้กระชับได้ใจความ สิ่งที่สำคัญก็คือ อย่าลืมใส่ Call to action ไม่ว่าจะเป็นการลงทะเบียน หรือ การโทร หรือส่งอีเมลเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ของการทำ Landing Page นั่นก็คือการกระตุ้นให้คนคลิกมาที่ Call to action ของเราหลังจากที่ได้อ่านข้อมูล เมื่อสร้าง Landing Page แล้ว คุณก็สามารถโฆษณา PPC โดยลิ้งไปที่ตัว Landing Page ได้เลย

 อย่าลืมว่าการทำการตลาดแบบ PPC นั้น ควรเป็นแค่หนึ่งกิ่งในแผนมาร์เกตติ้งอันใหญ่ของคุณ การผสมผสานการทำการตลาดหลาย ๆ ช่องทางนั้นจะช่วยให้ได้ผลดีที่สุด ผนวกการทำโฆษณาแบบ PPC เข้ากับการทำ การตลาดบน Social Media ไม่ว่าจะเป็น Facebook หรือ Instagram เพื่อเป็นสร้างการรับรู้ และสื่อสารความเป็น ‘แบรนด์’ ของบริษัทหรือสินค้าของคุณออกไปสู่กลุ่มเป้าหมายให้ได้มากที่สุด และสุดท้ายจะนำไปสู่ยอดขายที่เพิ่มขึ้นและความเชื่อใจในตัวแบรนด์

 หากคุณกำลังมองหาความช่วยเหลือและคำแนะนำในการทำ Adwords ให้ธุรกิจของคุณเติบโตมากขึ้น ให้ Paid Traffic เป็นผู้ช่วยและผู้ให้คำปรึกษาของคุณ ไม่ว่าคุณจะพึ่งเริ่มต้นทำธุรกิจหรือต้องการต่อยอดการเติบโตของบริษัท เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะให้คำปรึกษาและให้ความช่วยเหลือ

Share
No Comments

Sorry, the comment form is closed at this time.